แมงกานีส (Manganese)

       

        แมงกานีส (Manganese) เป็นแร่ธาตุที่คนส่วนใหญ่มักหลงลืม เพราะแมงกานีสเป็นแร่ธาตุที่ประกอบอยู่ในอาหารหลายชนิดจนดูเหมือนไม่มีความสำคัญ ร่างกายต้องการปริมาณเพียงเล็กน้อยแต่ขาดไม่ได้ ถึงแม้จะพบแมงกานีสเป็นสารประกอบในธัญพืชหลายชนิด แต่ด้วยกระบวนการขัดสีก็ลดปริมาณแมงกานีสจนหมดไปได้เช่นกัน หากร่างกายขาดแมงกานีสขบวนการทางชีวภาพก็ติดขัดซึ่งไม่ส่งผลดีกับตัวเรา เพราะแมงกานีสมีความสัมพันธ์กับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน หากขาดในปริมาณน้อยอาจทำให้เสียการทรงตัว เดินเซ หากขาดในปริมาณมากอาจทำให้ชัก หูหนวก หรือตาบอดได้เลยทีเดียว

แมงกานีสซึ่งเป็นสารประกอบในอาหารที่ร่างกายต้องการเป็นคนละตัวกับที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกายแม้เพียงสูดดม แมงกานีสจากสารอาหารเมื่อเรารับประทานเข้าไปจะถูกย่อยและดูดซึมที่ลำไส้ พบมากที่กระดูก ตับ ตับอ่อน หัวใจ ต่อมพิทูอิตารี (Pituitary Gland) หรือต่อมใต้สมอง แมงกานีสส่วนเกินจะถูกขับออกทางน้ำดีและอุจจาระ


  หน้าที่หลักของแมงกานีสต่อร่างกาย ใน หลินจือพลัสชิตาเกะ

     1. เป็นส่วนประกอบในขั้นตอนการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน กระดูก และเม็ดเลือดแดง ชื่อไกลโคซามิโนไกลแคน (Glycosaminoglycan)

     2. กระตุ้นเอ็นไซม์ที่นำวิตามินบี 1 (Vitamin B1) วิตามินซี (Vitamin C) และไบโอติน (Biotin) มาใช้ให้มีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท

     3. มีความสำคัญในการสร้างสารไทรอกซิน (Thyroxin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักของต่อมไทรอยด์ (Thyroid) ซึ่งส่งผลต่อความกระปรี้กระเปร่า ความเหนื่อยล้า และอาการท้องผูก

     4. เป็นเกลือแร่ที่ช่วยในเรื่องการแข็งตัวของเลือด เมื่อเกิดอุบัติเหตุช่วยให้เลือดหยุดไหลได้เป็นปกติหากขาดแมงกานีสอาจพบว่าเลือดหยุดไหลช้า

     5. แมงกานีสส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียม สะสมแคลเซียมไว้ในกระดูก เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยทอง

     6. ช่วยเรื่องการทำงานของสมองระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อ โดยจะไปควบคุมสุขภาพและการทำงานของสมองระบบประสาท และระบบกล้ามเนื้อให้มีประสิทธิการสั่งงานและมีความสัมพันธ์กัน และมีส่วนช่วยในกระบวนการตอบสนองของกล้ามเนื้อ

     7. ส่งเสริมฮอร์โมนในสตรีวัยเจริญพันธุ์ ช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ

     8. เกี่ยวข้องกับกระบวนการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) ไขมัน (Lipid) ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด (Insulin) ให้คงที่ เพิ่มการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมันจึงลดการสะสมไขมันในร่างกาย

     9. กระตุ้นตับให้เก็บน้ำตาลไว้ในรูปของไกลโคเจน (Glycogen) เพื่อนำมาใช้ในเวลาที่ร่างกายขาดแคลน

     10. ช่วยเรื่องการทำงานของระบบประสาทให้มีประสิทธิภาพ ไม่ล้าจากชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน และช่วยให้ความจำดีขึ้น

       นอกจากแมงกานีสที่มาในรูปสารประกอบในอาหารจากธรรมชาติ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สกัดเอาแมงกานีสมาใช้ประโยชน์ ผสมกับซิงค์ และกลุ่มวิตามินบี ที่เน้นในเรื่องการบำรุงระบบประสาทเพื่อให้มีความจำดี ปริมาณการผสมมักอยู่ที่ 1 มิลลิกรัม 

     ถึงแม้แมงกานีสจะเป็นเกลือแร่ที่ประกอบอยู่ในอาหารหลายชนิดแต่ก็ถูกทำลายได้ง่ายด้วยกระบวนการขัดสี เช่น ข้าวที่ผ่านการขัดสี ขนมปังขาว เพราะฉะนั้นเพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน เราต้องเลือกบริโภคอาหารให้เป็น รับประทานข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อย หรืออาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อย เพื่อที่เราจะได้ประโยชน์จากเกลือแร่ในสารอาหารได้เต็มที่

#หลินจือ #เห็ดหลินจือ #เห็ดหลินจือพลัส #หลินจือพลัส #หลินจือพลัสชิตาเกะ #ป้องกันโรค #สุขภาพดี #โนวาออร์แกนิค

ที่มาข้อมูล:
research.rdi.ku.ac.th
หนังสือวิตามินไบเบิล (ดร.เอิร์ล มินเดลล์)

Disclaimer: บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบาย และเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์