อ้วนมากไประวัง “ไต” พัง



          “ไต” เป็นอวัยวะที่มีลักษณะคล้ายเมล็ดถั่วเขียว มี 2 ข้าง ขนาดประมาณฝ่ามือของแต่ละคน ทำหน้าที่รักษาสมดุลน้ำ เกลือแร่ และกรดด่างในร่างกาย ช่วยควบคุมความดันโลหิต กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงและกำจัดของเสียที่เกิดจากการทำกิจกรรมต่างๆ ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการกิน การนอน การออกกำลังกาย เดิน วิ่ง และถ้าเรากินอาหารมากเกินไปจนอ้วน ก็ทำให้ไตต้องทำงานมากขึ้น เพราะต้องกำจัดของเสียต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นจากการกิน ความอ้วนจึงเป็นปัญหาที่ทุกคนควรหันมาให้ความใส่ใจเสียตั้งแต่วันนี้


          ความอ้วนกับภาวะโรคไต

          ไตของคนเราจะพัฒนาเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 5-6 ขวบ แม้ว่าอายุของเราจะเพิ่มขึ้นทุกวันๆ แต่ไตของเราก็ยังคงมีปริมาณเท่าเดิม ขนาดไตของแต่ละคนนั้นจะพอดีกับสภาพร่างกายของคนๆ นั้น แต่ถ้าเราอ้วนขึ้น ของเสียในร่างกายก็จะมากขึ้นตามไปด้วย สิ่งที่เราต้องระวังก็คือ ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไรก็สามารถอ้วนได้ แต่ไตยังมีขนาดเท่าเดิม ไตจึงต้องทำงานหนักขึ้น เพราะต้องกำจัดของเสียออกจากร่างกายมากกว่าปกติ นอกจากนี้ คนอ้วนมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ข้อเข่าเสื่อม รวมทั้งเกิดการเจ็บป่วยง่ายกว่าคนทั่วไป จึงมีความเสี่ยงที่คนไข้จะไปใช้ยามากกว่าคนทั่วไป ยาทุกชนิดมีผลต่อไต เช่น การใช้ยากลุ่มเอ็นเสด เพื่อลดอาการปวดต่างๆ จากโรคเกาต์ ไมเกรน ข้อเข่าเสื่อม หากใช้อย่างไม่ระมัดระวังอาจทำให้ไตเสื่อมและไตวายได้


          การที่จะรู้ว่าเราอ้วนหรือไม่นั้น สามารถคิดจากสูตรคำนวณดัชนีมวลกาย [BMI = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ยกกำลังสอง] ค่าดัชนีมวลกายที่เหมาะสมคือ 18.50-22.99 หากอยู่ระหว่าง 23.00-24.90 จัดว่าเป็นคนท้วม และหากเกิน 25 ขึ้นไปก็จัดว่าคุณเป็นคนอ้วน

          การควบคุมน้ำหนักตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาไต ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม อาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น ของมัน ของทอดและของหวาน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาไตให้อยู่กับเราไปนานๆ


#หลินจือ #เห็ดหลินจือ #เห็ดหลินจือพลัส #หลินจือพลัส #หลินจือพลัสชิตาเกะ #ป้องกันโรค #สุขภาพดี #โนวาออร์แกนิค


อ้างอิง :  http://www.thaihealth.or.th

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้อ้างอิง ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น โปรดศึกษาเพิ่มเติม หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ