ภัยจากโซเดียม



            ถึงแม้จะมีการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักด้านสุขภาพออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เช่นเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวของผู้บริโภคเอง ทั้งการลดกิน “หวาน มัน เค็ม” ที่ถึงแม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าสิ่งเหล่านี้หากได้รับในปริมาณมากเกินกว่าที่ร่ายต้องการก็ย่อมส่งผลต่อสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ ตามมาอีกมายมาก แต่น้อยคนนักที่จะยอมหลีกเลี่ยง เพราะด้วยความอร่อย หรือแม้แต่ความสะดวกในการเลือกซื้อ ซึ่งเมื่อสะสมนานเข้า ก็จะกลายเป็นปีศาจร้ายที่ค่อยๆ คืบคลานมาทำร้ายสุขภาพเราได้ในที่สุด


“โซเดียม” เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่มักแฝงตัวมากับอาหารหลากหลายรูปแบบ ซึ่งโซเดียมมีประโยชน์ต่อระบบทำงานของร่างกายหลายอย่าง เช่นช่วยปรับสมดุลของเหลวและเกลือแร่ในร่างกาย, ช่วยให้การส่งกระแสไฟฟ้าไปตามเส้นประสาททำงานได้เป็นปกติ, ช่วยการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจ แต่หากกินมาเกินไปโซเดียมก็จะทำลายร่างกายได้เช่นเดียวกัน


จากข้อมูลการสำรวจการบริโภคโซเดียมคลอไรด์หรือเกลือ ของประชาการไทย ในปี 2550 โดยกรมอนามัยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าประชากรไทยได้รับโซเดียมจากอาหารที่บริโภคสูงถึง 4,351.7 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลกกำหนดถึง 2 เท่า (ปริมาณแนะนำ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน) นอกจากนี้การสำรวจสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2552 ที่ดำเนินการโดยสำนักงานสำรวจสุขภาพประชากรไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า ค่าเฉลี่ยของการบริโภคโซเดียมอยู่ที่ 3,264 มิลลิกรัมต่อวัน แสดงให้เห็นว่าประชากรไทยได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงกว่าความต้องการต่อวัน


  • โซเดียมทำลายสุขภาพได้อย่างไร

เมื่อกินอาหารที่มีรสเค็มโซเดียมจะเข้าสู่ร่างกายและปนเปื้อนในเลือด ทำให้เลือดเสียสมดุล หลอดเลือดจึงพยายามดูดน้ำเข้ามาเจือจางโซเดียม จนทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้น และหากกินเค็มมากเกินไปบ่อยๆ โรคเรื้อรังต่างๆ ได้รอคิวถามหาอย่างแน่นอน

  • โรคเรื้อรังต่างๆ ที่ว่ามีอะไรบ้าง
เริ่มด้วยโรคความดันโลหิตสูง โดยปกติแล้วร้างกายของเราจะขับโซเดียมออกจากไต แต่ถ้ามีมากเกินไป ขับยังไงก็ไม่หมด ไตก็จะทำงานหนักจนเกิดอาการเสื่อม ทำให้ขับโซเดียมได้น้อยลง ในที่สุดก็จะเป็นความดันโลหิตสูงถาวร ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ “ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงถึง 10 ล้านคน”

เมื่อความดันโลหิตสูงจะส่งผลต่ออวัยวะอื่นๆ เป็นลำดับโดยเฉพาะไตที่ต้องทำงานหนักมากขึ้นจนเป็นไตวายเรื้อรัง “ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคไต 7 ล้านคน” ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ ความดันโลหิตสูงจะทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เต้นเร็วขึ้นและหากปริมาณของเหลวในร่างกายมากเกินไปก็จะทำให้เกิดอาการเส้นเลือดอุดตันและเสี่ยงที่หัวใจจะวาย หัวใจขาดเลือด ไปจนถึงเส้นเลือดในสมองแตกทำให้เสียชีวิต หรือกลายเป็น อัมพฤกษ์ – อัมพาต ได้ในที่สุด “ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต 5 แสนคน”

นอกจากนี้ยังอาจเกิดโรคต่างๆ ที่คาดไม่ถึงด้วย เช่น โรคกระดูกพรุน เพราะเมื่อร่างกายได้รับโซเดียมก็จะขับน้ำออกทางปัสสาวะมากขึ้น โดยขับเอาแคลเซียมออกมาด้วย ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมจนเกิดกระดูกเสื่อมในที่สุด
อีกทั้งยังทำให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เพราะการกินโซเดียมมากๆ จะไปทำงายผนังกระเพาะอาหาร จึงเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคแผลในกระเพาะอาหารและเกิดเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้ ส่วนคนที่เป็นโรคหอบหืดอยู่แล้วนั้นการกกินโซเดียมมากๆ จะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจโซเดียม ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม 

  • โซเดียมอยู่ที่ไหนบ้าง  
โซเดียมมีอยู่ทั้งในอาหารธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ผักและผลไม้ทุกชนิด ธัญพืชและถั่วเมล็ดแห้ง  อาหารแปรรูป เช่น ไส้หรอก หมูยอ ลูกชิ้น ปลาเค็ม อาหารกระป๋อง โซเดียมแฝง จากผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่มีรสเค็ม แต่มีโซเดียม เช่น ผงชูรส ซุปก้อน ผงปรุงรสต่างๆ และผงฟูซึ่งอยู่ในขนมปัง พาย ซาลาเปา เค้ก โดนัท รวมถึงสารกันบูดในอาหารสำเร็จรูปต่างๆ




  • ทำอย่างไรถึงจะลดโซเดียม
หากต้องปรุงอาหารเองควรลดปริมารเครื่องปรุงรส เช่น น้ำปลา ซอสปรุงรส ซีอิ๊ว น้ำมันหอย ผงชูรส และควรตวงก่อนปรุงรสทุกครั้ง
หากกินข้าวนอกบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการปรุงรสเพิ่ม หลีกเลี่ยงการเติมพริกน้ำปลา ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ และไม่ควรซดน้ำแกงหรือน้ำซุปจนหมด เพราะโซเดียมจากเครื่องปรุงรสต่างๆ ส่วนใหญ่จะละลายอยู่ในน้ำแกงหรือน้ำซุป

หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดอง-แช่อิ่ม อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว และควรอ่านฉลากโภชนาการทุกครั้งแล้วเลือกอาหารที่มีโซเดียมน้อยที่สุด นอกจากนั้นควรลดการกินขนมหวานที่มีโซเดียมแฝง
กินโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้มากกว่าที่คิดลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจได้ 10%ลดปัญหาหลอดเลือดอุดตันลง 13%   ยืดอายุไตและไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง และโรคร้ายอื่นๆ อีกด้วย

เรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวเพียงแค่ลดการกินเค็มลงสักนิด และเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถลดภัยร้ายที่จะเกิดกับร่างกายได้อย่างมหาศาล

#หลินจือ #เห็ดหลินจือ #เห็ดหลินจือพลัส #หลินจือพลัส #หลินจือพลัสชิตาเกะ #ป้องกันโรค #สุขภาพดี #โนวาออร์แกนิค


ข้อมูลจาก